ในโลกของการทำธุรกิจปัจจุบัน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่สังคมคาดหวังให้แบรนด์มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งรวมถึงบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงและการเสี่ยงโชค Flutter Entertainment ได้ออกมาพิสูจน์ให้เห็นว่า กำไรและสังคมสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้
สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกต้องหันมามอง คือการใช้ทรัพยากรด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต Alpha Hub แต่นี่คือความร่วมมือที่ลึกซึ้งระหว่างภาคธุรกิจและนักสร้างสรรค์สังคม
หากเราย้อนมองดูวิธีการทำ CSR แบบเดิมๆ แต่สำหรับ Flutter พวกเขาเลือกแนวทางที่แตกต่าง ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานบ่มเพาะสตาร์ทอัพและโครงการลงทุนชุมชน การสนับสนุนเชิงศักยภาพ (Capacity Building Support) กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้ชนะรางวัลสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง
ผู้สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการมากที่สุด คือแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นภารกิจชุมชน ที่มีประสบการณ์ในการสร้างสังคมเข้มแข็งมานานนับทศวรรษ โดยการเปลี่ยนการทำคาร์ดิโอที่บ้านหรือในยิม ไปพร้อมๆ กับการทำภารกิจช่วยเหลือเพื่อนบ้านในชุมชน
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้ก้าวไปอีกขั้น คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาจัดสรรภารกิจ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของเทคโนโลยีเพื่อสังคม
สำหรับผู้ชนะรางวัลอันดับสอง แอปพลิเคชัน Civic Dollars ได้ใช้เทคโนโลยีทางการเงินมาสร้างคุณค่าให้กับการใช้ชีวิตในพื้นที่เปิด โดยการใช้เทคโนโลยี Geo-fencing เพื่อติดตามว่าผู้ใช้งานได้ใช้เวลาในพื้นที่สาธารณะหรือสวนสาธารณะนานเท่าใด
สกุลเงินเสมือนจริงเหล่านี้ สามารถนำไปบริจาคต่อให้กับมูลนิธิในท้องถิ่นได้ทันที ทว่าเป็นการทำลายกำแพงเรื่องต้นทุนในการดูแลตัวเอง เพื่อสร้างความเท่าเทียมในด้านสุขภาวะให้เกิดขึ้นในทุกระดับชั้นของสังคม
บทเรียนที่เราได้รับจาก Flutter และรางวัล Tech4Good เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือสร้างกำไร การที่องค์กรระดับโลกหันมาใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็น GoodGym ที่เน้นพลังของความสัมพันธ์ ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าขอบเขตของความหวังไม่มีที่สิ้นสุด ถึงเวลาแล้วที่เทคโนโลยีจะถูกใช้เพื่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง การติดตามและสนับสนุนโครงการเหล่านี้ จะช่วยให้เมล็ดพันธุ์แห่งความดีเหล่านี้เติบโตอย่างงดงาม